แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประโยชน์ของสับปะรด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประโยชน์ของสับปะรด แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การทำกระดาษใยสับปะรด ตอนที่2

ต่อจากการทำกระดาษใยสับปะรด ตอนที่1 ครับ

กระดาษใยสับปะรดที่นำมาทำผลิตภัณฑ์
การย้อมสีกระดาษใยสับปะรด
เป็นขั้นตอนที่ต้องการกระดาษสี หากไม่ใช้การผลิตกระดาษสีสามารถข้ามขั้นตอนนี้สู่การทำแผ่นกระดาษได้เลย การย้อมสีเยื่อสับปะรดนี้ใช้การย้อมสีที่เรียกว่า การย้อมเย็น โดยใช้สีประเภท Reactive หรือ ที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า“สีซอง”สีประเภทนี้ราคาถูกใช้ได้ผลดี จากการทดลองกับเยื่อจากใบสับปะรด ทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้ดีการย้อมสีเยื่อกระดาษจากใบสับปะรดมีขั้นตอนการย้อมเช่นเดียวกับการย้อมสีเส้นด้ายฝ้ายโดยมีขั้นตอนการย้อม ดังนี้

วิธีการย้อมสีกระดาษใยสับปะรด
ตวงน้ำตามที่กำหนดจากนั้นนำสีตามต้องการละลายในน้ำอุ่น (ปริมาณพอสมควรที่จะละลายสีได้หมด) นำมาเทลงในน้ำที่ตวงได้การตวงน้ำครั้งแรก ควรปรับลดตามปริมาณน้ำอุ่นที่ใช้ผสมสีด้วย คนให้สีเข้ากับน้ำจึงนำเยื่อกระดาษจากใบสับปะรด (อาจเป็นเยื่อที่ผ่านการฟอกขาวหรือเยื่อที่ไม่ฟอกขาวก็ได้)ลงคลุกกับน้ำสีโดยใช้มือคลุกพลิกไปพลิกมาจนสีจับเยื่อกระดาษสม่ำเสมอกัน ใส่เกลือ 100 กรัม คนและคลุกเคล้ากับเยื่อกระดาษให้ทั่วกับเยื่อกระดาษให้ทั่วกันตั้งทิ้งไว้ 25 นาทีหลังจากนั้นเติมเกลือส่วนที่เหลือ 100 กรัม กับโซดาแอช 100 กรัมลงไปคลุกกับเยื่อกระดาษจนทั่วอีกครั้งหนึ่ง ตั้งทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง จนเห็นว่าสีส่วนเกินไม่ละลายออกมากับน้ำแล้วจึงได้เยื่อกระดาษจากใบสับปะรดย้อมสีพร้อมทำแผ่นต่อไปเยื่อกระดาษจากใบสับปะรดที่ใช้ในการย้อมสีสามารถใช้ได้ทั้งเยื่อที่ไม่ผ่านการฟอกขาวเยื่อและเยื่อที่ผ่านการ ฟอกขาวแล้ว จะให้กระดาษสีที่มีลักษณะแตกต่างกันคือ

วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การทำกระดาษใยสับปะรด ตอนที่1

สวัสดีครับช่วงนี้ก็ใกล้เทศกาลปีใหม่แล้ว มาทำกระดาษใยสับปะรดเอาไว้ห่อของขวัญ หรือของฝากสวยๆ ซึ่งกระดาษใยสับปะรดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ เช่นทำเป็นกล่องต่าง ๆ ตกแต่งบอร์ด ทำการ์ด ใบประกาศ ซองจดหมาย ฯลฯ และยังสามารถสร้างรายได้ภายในครอบครัวได้อีกทางด้วย มาดูวิธีการทำกระดาษใยสับปะรดกันเลย
วัสดุที่ใช้ในการทำกระดาษใยสับปะรด
  1. ใบสับปะรด
  2. โซดาไฟ
  3. สีย้อมผ้า
  4. ผงคลอรีนหรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
ขั้นตอนการผลิตกระดาษใยสับปะรด

จากการที่ใบสับปะรดมีเส้นใย ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถนำมาทำเป็นกระดาษได้ซึ่งการที่มีผู้ทดลองค้นคว้า ปรากฎว่าใบสับปะรดจากส่วนต่าง ๆ คือ ใบจากลำต้นใบจากหน่อ และใบจากจุก ส่วนบนของผลสับปะรดสามารถนำมาทำกระดาษได้ด้วยกระบวนการผลิตเช่นเดียวกับกระดาษสา จะแตกต่างกันคือ ใช้อัตราส่วนสารเคมีคือโซดาไฟ ในกระบวนการผลิตน้อยกว่าการทำกระดาษสานอกจากนั้นการใช้ใบสับปะรดสดและใบสับปะรดแห้งในการผลิตก็มีความแตกต่างกัน กล่าวคือใบสับปะรดสดจะใช้อัตราส่วนโซดาไฟน้อยกว่าใบแห้งและมีคุณสมบัติที่ได้แตกต่างกันด้วย ซึ่งจากการทดลองในการผลิตพบว่าหลังการต้มใบสับปะรดชนิดต่าง ๆ ด้วยโซดาไฟจะได้เยื่อกระดาษที่ชุ่มน้ำ ดังนี้

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แกงคั่วสับปะรด

สวัสดีครับวันนี้ทานข้าวกันรึยังถ้ายังไม่ได้ทานเชิญทางนี้ครับเรื่องทีจะนำมาเสนอวันนี้คือกับข้าวที่ทำจากสับปะรดพอดีวันนี้อยากกินแกงคั่งสับปะรดหอยแมลงภู่ครับมาลงมือกันเลย


ส่วนผสมของแกงคั่งสับปะรดหอยแมลงภู่

  1. เครื่องแกงคั่ว                 1/2 ถ้วย      
  2. หอยแมลงภู่                   1/2 กก.
  3. สับปะรด(คัดเอาแบบกรอบสไตล์สับปะรดไร่ม่วง)   1 ลูก
  4. หัวกะทิ                           1 ถ้วย    
  5. หางกะทิ                         2 ถ้วย
  6. น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทราย                      
  7. น้ำปลาอย่างดี
  8. เกลือ                 
  9. น้ำมะขามเปียก
วิธีทำแกงคั่งสับปะรดหอยแมลงภู่
  1. ตั้งหม้อบนเตานำกะทิใส่ลงในหม้อ เปิดไฟปานกลาง
  2. พอกะทิเริ่มเดือด ใส่เครื่องแกงลงไปผัด คนส่วนผสมให้เข้ากันจนมีกลิ่นหอม (เวลาผัดกะทิกับเครื่องแกงไม่ต้องให้กะทิแตกมันนะครับ)
  3. ใส่หอยแมลงภู่ และสับปะรดลงไปผัดให้เข้ากันกับเครื่องแกงปล่อยให้ส่วนผสมทั้งหมดเดือด
  4. เติมหางกะทิที่เตรียมเอาไว้ลงไปรอให้น้ำเดือดอีกครั้ง
  5. ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลาหรือเกลือ ชิมรสตามชอบนะครับ
เสร็จแล้วครับพร้อมเสริฟได้เลยกับข้าวสวยร้อนๆ

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สับปะรดลอยแก้วเย็นๆสักถ้วยเอาไว้คลายร้อนกัน

สวัสดีครับวันนี้จะมาเสนอเมนูคลายร้อน ยิ่งช่วงนี้อากาศตอนเที่ยงคล้อยบ่ายรู้สึกว่าค่อนข้างจะร้อนถึงร้อนมากเมนูหลักวันนี้หวังว่าคงจะช่วยพวกเราคลายร้อนได้ไม่มากก็น้อยวันนี้เราจะเสนอ "สับปะรดลอยแก้ว" 


วิธีทำก็แสนจะง่ายใครๆก็ทำได้ครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
วัตถุดิบสำหรับสับปะรดลอยแก้ว
  1. สับปะรดไร่ม่วง    1 ลูก
  2. น้ำตาล                1/2 ถ้วย
  3. เกลือ                   1 ช้อนชา
  4. น้ำเปล่า               1 ถ้วย
  5. น้ำแข็ง                 1/2 ถ้วย

วิธีทำสับปะรดลอยแก้ว
  1. ปอกเปลือกสับปะรดแล้วหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำ
  2. ต้มน้ำให้เดือดใส่เกลือ น้ำตาล ลงไปคนให้ละลายแล้วลองชิมดูถ้าชอบรสชาติใหนก็เติมลงไป
  3. ทิ้งน้ำเชือมไว้ให้เย็น
วืธีรับประทานเอาสับปะรดที่หั่นไว้แล้วใส่ถ้วยเติมน้ำเชื่อมและน้ำแข็งแค่นี้ก็เรียบร้อยพร้อมเสริฟแล้วครับ
เมนูนี้เอาเป็นของหวานตอนเที่ยงจะดีมากเพราะจะช่วยย่อยอาหารมื้อเที่ยงของเราได้เป็นอย่างดี 

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำส้มสายชูจากสับปะรดทานเพื่อสุขภาพ

อยู่่บ้านว่างๆมาลองทำน้ำส้มสายชูจากเปลือกสับปะรดจะได้น้ำส้มแท้บริสุทธิไม่มีสารเคมีเจือปนและยังช่วยให้สุขภาพดีขึ้นเพราะว่าในน้ำส้มสับปะรดนั้นช่วยแก้ปัญหาท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วย


วิธีทำนี้ได้มาจากโครงงานวิทยาศาตร์ลองทำดูครับ
เป้าหมาย
สามารถผลิตน้ำส้มสายชูอย่างง่ายจากเปลือกสับปะรดได้


เครื่องไม้ เครื่องมือ

  1. เปลือกสับปะรด 1 กิโลกรัม
  2. น้ำตาลทราย 300 กรัม
  3. ยีสต์ทำขนมปัง 2 ช้อนชา
  4. หม้ออะลูมีเนียม
  5. เตาไฟ
  6. ขวดโหลปากกว้าง (สำหรับใส่เปลือกสับปะรด)
  7. ถุงพลาสติกพร้อมยางรัดปิดปากขวดโหล

น้ำหมักชิวภาพปุ๋ยชั้นเยิ่ยมจากสับปะรด(EM)

สวัสดีครับเพื่อนๆพี่ๆชาวเกษตรกร วันนี้ผมจะนำสาระเกี่ยวกับผลผลิตที่ได้จากสับปะรดมาฝากครับ และเรื่องทีจะนำมาเสนอวันนี้คือ "น้ำหมักชีวภาพหรือ EM" เป็นหัวเชื้อชั้นเยี่ยมเลยล่ะครับที่สวนสับปะรดของผมใช้อยู่ครับช่วยประหยัดเงินได้เยอะเลยทีเดียว มาดูวิธีทำกันเลยดีกว่าอาจจะไม่เหมือนกับคนอื่นนะครับเพราะเป็นสูตรที่สวนเองครับส่วนผสมอาจจะไม่มากเหมือนสูตรอี่นครับแต่ก็ได้ผลดี(เน้นสับปะรดครับใส่เยอะๆ)

ส่วนผสมสำหรับ 1 ถัง 200 ลิตร
กากน้ำตาล     20 กก.
สับปะรด         60 กก.

วิธีทำน้ำหมักชีวภาพ
นำสับปะรดมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ(ไม่ต้องปอกเปลือกครับ)หลังจากนั้นเทกากน้ำตาลลงไปแล้วคนให้เข้ากันสังเกตุดูว่าส่วนผสมเข้ากันดีแล้วก็ปิดฝาได้เลยครับ

ข้อแนะนำการทำน้ำหมักชีวภาพ
ต้องหมั่นเปิดฝาตรวจเช็คว่าน้ำหมักเราบูดรึป่าว ช่วง2อาทิตย์แรกๆพยายามเปิดดูถี่หน่อยอาจจะเป็น 2-3 วันครังเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำหมักของเราไม่บูดถ้ามีกลิ่นบูดเหม็นเปรี้ยวให้เติมกากน้ำตาลลงไปแล้วคนให้เข้ากันหลังจากนั้นก็กล็บมาเช็คดูอีกที ถ้าน้ำหมักไม่มีกลิ่นเหม็นบูดเหมือนเสร็จไป50เปอร์เซ็นแล้ว หมักไว้ 6-12 เดือน เป็นอันใช้ได้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประโยชน์ของเอ็นไซม์ที่มีอยู่ในสับปะรด

รูปภาพจากอินเทอร์่เน็ต
คุณเคยมีอาการอย่างนี้รึป่าวหลังจากเวลาที่คุณมีความสุขกับการทานอาหารมากจนเกินไปจึงทำให้มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อกระสับกระส่ายอึดอัดไปหมดทำให้เกิดอาการหงุดหงิด อาการเหล่านี้มีทางช่วยได้โดยวิธีง่ายๆคือการกินครับกินเข้าไปอีก สิ่งที่ผมบอกให้กินนั้นคือสับปะรดนั่นเอง ทำไมสับปะรดถึงช่วยได้? เพราะว่าสับปะรดนั้นมีสารเคมีอยู่ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "เอ็นไซม์" สารเคมีตัวนี้จะทำหน้าที่ช่วยย่อยอาหารที่คุณรับประทานเข้าไปอย่างมากได้เ็ร็วขึ้น สับปะรดเป็นผลไม้ที่ทานง่ายมีรสชาติหวานอร่อยหาซื้อได้ง่ายถ้าไม่รู้จะซื้อที่ใหนผมขอแนะนำ สับปะรดไร่ม่วงครับ ของดีราคาถูก

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554

โชว์หุ่นสวยช่วยได้ด้วยน้ำสับปะรดปั่น

คุณสาวที่อยากหุ่นดี หุ่นสวย มาลองอ่านสาระดีๆที่เรานำมาฝากกันครับ แน่นอนครับในสายตาของหนุ่มๆส่วนมากจะมองสาวๆที่ส่วนสัดก่อนเลยเป็นอันดับแรก เพราะว่าถ้ามองในระยะ 100 เมตรไม่มีหนุ่มๆคนใหนหรอกครับที่จะมองหน้าตาคุณสาวๆเป็นอันดับแรกก่อนส่วนสัดที่สวยงาม
ดังนั้นเรืองที่จะนำเสนอในวันนี้คือ น้ำสับปะรดปั่นกับกล้วยสุก
มาดูส่วนประกอบกันก่อน
1. น้ำสับปะรด  200 มิลลิกรัม
2. กล้วยสุก      1      ผล( กล้วยน้ำว้าหรือกล้วยหอมก็ได้)
3. น้ำผึ้ง           1      ช้อนโต๊ะ
4. มะพร้าวขูด   1      ช้อนโต๊ะ
นำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นรวมกันเป็นอันเสร็จน้ำสับปะรดปั่น
คุณค่าที่ได้จากน้ำสับปะรดปั่นแก้วนี้
  - สับปะรดช่วยให้รสชาติอร่อยและยังช่วยขับน้ำและสารพิษในร่างกาย
  - กล้วยสุกมี วิตามิน และทำให้อิ่มได้นาน
จากคุณสมบัติที่กล่าวมาอีกอย่างที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายนะครับจะได้หุ่นดี หุ่นสวย ให้หนุ่มๆเผลอมองจนไม่กระพริบสายตา

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2554

มายืดความสาวใสให้ยาวนานด้วยสับปะรด

สวัสดีครับวันนี้จะมานำเสนอเกล็ดความรู้สำหรับคุณสาวๆกัน แน่นอนครับสาวๆคนใหนก็ไม่อยากจะอยู่ใกล้ความแก่และรอยเหี่ยวย่นที่มาพร้อมกับการเวลา เรามีวิธีง่ายๆที่จะจัดการกับปัญหาเหล่านี้เราจะใช้สับปะรดนี่แหละมาช่วยยับยั้ง( เป็นสับปะรดไร่ม่วงได้ยิ่งดีครับ เหอะๆ ขอโปรโมทนิดนึง )

   ชั้นตอนที่1. นำสับปะรดมาผ่าเอาเนื้อมาคั้นเอาแต่น้ำกากก็แยกที้งไป
   ชั้นตอนที่2  เมื่อได้น้ำสับปะรดแล้วนำมาชโลมให้ทั่วไบหน้ายกเว้น   รอบดวงตาและริมฝีปาก
   ชั้นตอนที่3  หลังชโลมน้ำสับปะรดทิ้งใว้ 15-20 นาที แล้วล้างหน้าน้ำ ด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด
แค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆคุณสาวๆก็จะมีใบหน้าที่ ขาว สวย เด้ง และลดริ้วรอยจุดด่างดำต่างๆ
วิธีนี้จะได้ผลดีกับสาวๆที่ผิวหน้ามัน แต่สาวๆที่ใบหน้ามีสิวหรือมีแผลแนะนำให้สิวหรือแผลตรงใบหน้าหายก่อนนะครับถ้าใช้แล้วอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ครับ

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประโยชน์ของสับปะรด

บทความจาก http://www.phuketjournal.com/pineapple-2524.html


“สับปะรด” เป็นผลไม้ที่หารับประทานได้ตลอดทั้งปี มีประโยชน์ต่อสุขภาพจนไม่ควรมองข้าม เรามาทำความรู้จักประโยชน์ของสับปะรดกันดีกว่า
1. ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง รับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นจะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินซี ที่สำคัญคือวิตามินช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อ และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อและต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ การรับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นจึงเป็นการเพิ่มแรงต้านทานโรคให้แก่ร่าง กาย แต่ในผู้ที่มีเลือดจางไม่ควรกินมากนัก
2. ช่วยในการย่อยอาหาร สับปะรดมีกากใยอาหารมาก ซึ่งมีความสำคัญกับการย่อยอาหาร และเป็นที่รู้กันอยู่ว่ากากใยอาหารช่วยลดโคเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือด และช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็ง
3. ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี สับปะรดมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีสที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะทำลายโครงสร้างของ เซลล์ และอาจทำให้เป็นโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ อัมพาต นอกจากนี้ สารแอนตี้ออกซิแดนท์ยังมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย