แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การแปรรูปสับปะรด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การแปรรูปสับปะรด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

ทำน้ำยาล้างจานจากสับปะรด

สวัสดีครับหลังจากฉลองปีใหม่กันมาอย่าง"เมา" "มัน" กันแล้วสิ่งที่เหลือไว้คือจานชามกองโตจากงานเลี้ยงปีใหม่ของเราและในวันนี้เราจะมาทำ น้ำยาล้างจานจากสับปะรด เอาไว้ใช้เองในบ้านวิธีทำไม่ยากครับ
วัสดุและอุปกรณ์ในการทำน้ำยาล้างจานจากสับปะรด

  1. กระป๋องพลาสติกมีฝาปิดความจุประมาณ 1 ลิตร 1 ใบ
  2. ตะกร้ามีรูใบเล็กขนาดใส่ในกระป๋องพลาสติกได้ 1 ใบ
  3. เครื่องชั่งน้ำหนักแบบมีจานรอง 1 เครื่อง
  4. ถ้วยตวงน้ำ 1 ใบ
  5. ช้อนสำหรับคน 1 คัน
  6. ผ้าขาวบางขนาด 15x15 นิ้ว 1 ผืน
  7. ช้อนตวง 1 ชุด

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การทำกระดาษใยสับปะรด ตอนที่2

ต่อจากการทำกระดาษใยสับปะรด ตอนที่1 ครับ

กระดาษใยสับปะรดที่นำมาทำผลิตภัณฑ์
การย้อมสีกระดาษใยสับปะรด
เป็นขั้นตอนที่ต้องการกระดาษสี หากไม่ใช้การผลิตกระดาษสีสามารถข้ามขั้นตอนนี้สู่การทำแผ่นกระดาษได้เลย การย้อมสีเยื่อสับปะรดนี้ใช้การย้อมสีที่เรียกว่า การย้อมเย็น โดยใช้สีประเภท Reactive หรือ ที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า“สีซอง”สีประเภทนี้ราคาถูกใช้ได้ผลดี จากการทดลองกับเยื่อจากใบสับปะรด ทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้ดีการย้อมสีเยื่อกระดาษจากใบสับปะรดมีขั้นตอนการย้อมเช่นเดียวกับการย้อมสีเส้นด้ายฝ้ายโดยมีขั้นตอนการย้อม ดังนี้

วิธีการย้อมสีกระดาษใยสับปะรด
ตวงน้ำตามที่กำหนดจากนั้นนำสีตามต้องการละลายในน้ำอุ่น (ปริมาณพอสมควรที่จะละลายสีได้หมด) นำมาเทลงในน้ำที่ตวงได้การตวงน้ำครั้งแรก ควรปรับลดตามปริมาณน้ำอุ่นที่ใช้ผสมสีด้วย คนให้สีเข้ากับน้ำจึงนำเยื่อกระดาษจากใบสับปะรด (อาจเป็นเยื่อที่ผ่านการฟอกขาวหรือเยื่อที่ไม่ฟอกขาวก็ได้)ลงคลุกกับน้ำสีโดยใช้มือคลุกพลิกไปพลิกมาจนสีจับเยื่อกระดาษสม่ำเสมอกัน ใส่เกลือ 100 กรัม คนและคลุกเคล้ากับเยื่อกระดาษให้ทั่วกับเยื่อกระดาษให้ทั่วกันตั้งทิ้งไว้ 25 นาทีหลังจากนั้นเติมเกลือส่วนที่เหลือ 100 กรัม กับโซดาแอช 100 กรัมลงไปคลุกกับเยื่อกระดาษจนทั่วอีกครั้งหนึ่ง ตั้งทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง จนเห็นว่าสีส่วนเกินไม่ละลายออกมากับน้ำแล้วจึงได้เยื่อกระดาษจากใบสับปะรดย้อมสีพร้อมทำแผ่นต่อไปเยื่อกระดาษจากใบสับปะรดที่ใช้ในการย้อมสีสามารถใช้ได้ทั้งเยื่อที่ไม่ผ่านการฟอกขาวเยื่อและเยื่อที่ผ่านการ ฟอกขาวแล้ว จะให้กระดาษสีที่มีลักษณะแตกต่างกันคือ

วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การทำกระดาษใยสับปะรด ตอนที่1

สวัสดีครับช่วงนี้ก็ใกล้เทศกาลปีใหม่แล้ว มาทำกระดาษใยสับปะรดเอาไว้ห่อของขวัญ หรือของฝากสวยๆ ซึ่งกระดาษใยสับปะรดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ เช่นทำเป็นกล่องต่าง ๆ ตกแต่งบอร์ด ทำการ์ด ใบประกาศ ซองจดหมาย ฯลฯ และยังสามารถสร้างรายได้ภายในครอบครัวได้อีกทางด้วย มาดูวิธีการทำกระดาษใยสับปะรดกันเลย
วัสดุที่ใช้ในการทำกระดาษใยสับปะรด
  1. ใบสับปะรด
  2. โซดาไฟ
  3. สีย้อมผ้า
  4. ผงคลอรีนหรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
ขั้นตอนการผลิตกระดาษใยสับปะรด

จากการที่ใบสับปะรดมีเส้นใย ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถนำมาทำเป็นกระดาษได้ซึ่งการที่มีผู้ทดลองค้นคว้า ปรากฎว่าใบสับปะรดจากส่วนต่าง ๆ คือ ใบจากลำต้นใบจากหน่อ และใบจากจุก ส่วนบนของผลสับปะรดสามารถนำมาทำกระดาษได้ด้วยกระบวนการผลิตเช่นเดียวกับกระดาษสา จะแตกต่างกันคือ ใช้อัตราส่วนสารเคมีคือโซดาไฟ ในกระบวนการผลิตน้อยกว่าการทำกระดาษสานอกจากนั้นการใช้ใบสับปะรดสดและใบสับปะรดแห้งในการผลิตก็มีความแตกต่างกัน กล่าวคือใบสับปะรดสดจะใช้อัตราส่วนโซดาไฟน้อยกว่าใบแห้งและมีคุณสมบัติที่ได้แตกต่างกันด้วย ซึ่งจากการทดลองในการผลิตพบว่าหลังการต้มใบสับปะรดชนิดต่าง ๆ ด้วยโซดาไฟจะได้เยื่อกระดาษที่ชุ่มน้ำ ดังนี้

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แกนสับปะรดอบแห้งเก็บไว้กินได้นาน

สวัสดีครับวันนี้จะมาแบ่งปันวิธีถนอมอาหาร แกนสับปะรดที่เหลือไม่ต้องที้งอีกต่อไปเพราะว่าเราจะนำมาทำแกนสับปะรดอบแห้งไว้รับประทานในวันหลัง วิธทำก็แสนจะง่า่ยครับ ว่าแล้วก็มาลงมือทำแกนสับปะรดอบแห้งกันเลยดีกว่า
แกนสับปะรดอบแห้งที่ทำเสร็จแล้ว
ส่วนผสมแกนสับปะรดอบแห้ง

1. เนื้อแกนสับปะรด 4-5 แกน
2. น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
3. เกลือ 2 ช้อนโต็ะ
4. น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง
5. กรดซิตริก 1 กรัม
6. น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง

วิธีทำแกนสับปะรดอบแห้ง
1. นำแกนสับปะรดมาฝานเป็นชิ้นบางๆแล้วนำไปแช่ในน้ำปูนใส
2. เสร็จแล้วตักแกนสับปะรดออกไปผสมเกลือและกรดซิตริก คลุกให้ทั่ว หมักไว้ 1 คืน
3. จากนั้นนำแกนสับปะรดที่หมักไว้ได้ที่แล้วไปคลุกกับน้ำตาลทรายหมักทิ้งไว้อีก 1 คืน
4. หลังจากหมักน้ำตาลทราย 1 คืนแล้ว ให้ตักเอาแกนสับปะรดออกจากน้ำเชื่อม แล้วนำไปตาก หรือ อบให้แห้ง
5. เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำไปเก็บในภาชนะที่แห้งสะอาดและปิดให้สนิท หรือใส่ถุงชิลเก็บไว้กินได้นานหลายวัน

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แกงคั่วสับปะรด

สวัสดีครับวันนี้ทานข้าวกันรึยังถ้ายังไม่ได้ทานเชิญทางนี้ครับเรื่องทีจะนำมาเสนอวันนี้คือกับข้าวที่ทำจากสับปะรดพอดีวันนี้อยากกินแกงคั่งสับปะรดหอยแมลงภู่ครับมาลงมือกันเลย


ส่วนผสมของแกงคั่งสับปะรดหอยแมลงภู่

  1. เครื่องแกงคั่ว                 1/2 ถ้วย      
  2. หอยแมลงภู่                   1/2 กก.
  3. สับปะรด(คัดเอาแบบกรอบสไตล์สับปะรดไร่ม่วง)   1 ลูก
  4. หัวกะทิ                           1 ถ้วย    
  5. หางกะทิ                         2 ถ้วย
  6. น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทราย                      
  7. น้ำปลาอย่างดี
  8. เกลือ                 
  9. น้ำมะขามเปียก
วิธีทำแกงคั่งสับปะรดหอยแมลงภู่
  1. ตั้งหม้อบนเตานำกะทิใส่ลงในหม้อ เปิดไฟปานกลาง
  2. พอกะทิเริ่มเดือด ใส่เครื่องแกงลงไปผัด คนส่วนผสมให้เข้ากันจนมีกลิ่นหอม (เวลาผัดกะทิกับเครื่องแกงไม่ต้องให้กะทิแตกมันนะครับ)
  3. ใส่หอยแมลงภู่ และสับปะรดลงไปผัดให้เข้ากันกับเครื่องแกงปล่อยให้ส่วนผสมทั้งหมดเดือด
  4. เติมหางกะทิที่เตรียมเอาไว้ลงไปรอให้น้ำเดือดอีกครั้ง
  5. ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลาหรือเกลือ ชิมรสตามชอบนะครับ
เสร็จแล้วครับพร้อมเสริฟได้เลยกับข้าวสวยร้อนๆ

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มาทำพายสับปะรดกันเถอะ


สำหรับวันนี้ผมเอาสูตรการทำ พายสับปะรด มาฝากกันสำหรับขั้นตอนการทำก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรนัก เหมาะสำหรับทำเป็นของฝากให้กับคนรู้จัก หากทำอร่อยจะเอาไปทำขายก็ไม่ว่ากันครับ เอาหละไม่พูดพร่ำทำเพลงละ เรามาลองดูวิธีทำกันดีกว่า

ส่วนผสม (ทำได้ 40 ชิ้น)
1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วยตวง
2. เนยสด 1/2 ถ้วยตวง
3. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
4. น้ำตาลไอซิ่ง 2 ช้อนชา


วิธีทำสับปะรดกวน
1. นำสับปะรดมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ
2. บีบน้ำออกให้หมด
3. นำสับปะรด 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา อบเชยขนาดยาว 1 นิ้ว 1 แท่ง เผาไฟนิดหน่อย พอให้ออกกลิ่น (ถ้าเป็นอบเชยป่นก็ใช้ 1/2 ช้อนชา) ลงไปกวนด้วย คนเป็นระยะจนเหนียวทิ้งไว้ให้เย็น

วิธีทำแป้งพาย
1. ร่อนแป้ง เกลือป่น และน้ำตาลไอซิ่ง 2 ครั้ง ใส่ภาชนะ
2. ใส่เนยสดโดยตัดเป็นแผ่นบางๆลงในแป้งที่ร่อนในขั้นตอนแรก
3. ค่อยๆพรมน้ำ พร้อมใช้มือตะล่อมแป้ง และเนยสดให้เข้ากัน
4. เมื่อนวดแป้งเข้ากันแล้ว ให้ห่อด้วยกระดาษฟลอย หรือถุงพลาสติก แช่ในตู้เย็น 15 นาที
5. นำแป้งออกจากตู้เย็น แล้วมาคลึงแผ่เป็นแผ่นหนาประมาณ 1/4 นิ้ว
6. ตัดเป็นแผ่นแล้วใส่ลงพิมพ์
7. ตักสัปรดกวนใส่ แล้วนำแป้งตัดเป็นเส้น ทาด้วยไข่แดงที่ตีพอแตก มาคาดทับ
8. เข้าเตาอบ ความร้อน 375 ฟาเรนไฮท์ หรือ 200 องศาเซลเซียส

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สับปะรดลอยแก้วเย็นๆสักถ้วยเอาไว้คลายร้อนกัน

สวัสดีครับวันนี้จะมาเสนอเมนูคลายร้อน ยิ่งช่วงนี้อากาศตอนเที่ยงคล้อยบ่ายรู้สึกว่าค่อนข้างจะร้อนถึงร้อนมากเมนูหลักวันนี้หวังว่าคงจะช่วยพวกเราคลายร้อนได้ไม่มากก็น้อยวันนี้เราจะเสนอ "สับปะรดลอยแก้ว" 


วิธีทำก็แสนจะง่ายใครๆก็ทำได้ครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
วัตถุดิบสำหรับสับปะรดลอยแก้ว
  1. สับปะรดไร่ม่วง    1 ลูก
  2. น้ำตาล                1/2 ถ้วย
  3. เกลือ                   1 ช้อนชา
  4. น้ำเปล่า               1 ถ้วย
  5. น้ำแข็ง                 1/2 ถ้วย

วิธีทำสับปะรดลอยแก้ว
  1. ปอกเปลือกสับปะรดแล้วหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำ
  2. ต้มน้ำให้เดือดใส่เกลือ น้ำตาล ลงไปคนให้ละลายแล้วลองชิมดูถ้าชอบรสชาติใหนก็เติมลงไป
  3. ทิ้งน้ำเชือมไว้ให้เย็น
วืธีรับประทานเอาสับปะรดที่หั่นไว้แล้วใส่ถ้วยเติมน้ำเชื่อมและน้ำแข็งแค่นี้ก็เรียบร้อยพร้อมเสริฟแล้วครับ
เมนูนี้เอาเป็นของหวานตอนเที่ยงจะดีมากเพราะจะช่วยย่อยอาหารมื้อเที่ยงของเราได้เป็นอย่างดี 

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ไวน์สับปะรดเอาไว้สังสรรค์สุดสัปดาห์ | Pineapple wine for mini party last weekend


พอถึงสิ้นเดือนทีไรมันต้องมีปาร์ตี้กันสักหน่อยกับพวกพ้องเพื่อนฝูงแบบไม่แพงเกินไปวันนี้จึงนำเสนอเครื่องดื่มที่แอลกอฮอล์ไม่มากนักเคื่องดื่มที่ว่าคือ "ไวน์สับปะรด" นั่นเองมีวิธีทำที่ไม่ยุ่งยากครับมาลงมือกันเลยดีกว่าครับ

ส่วนผสม
- น้ำสับปะรด 1 ลิตร
- น้ำตาลทรายขาว 1 กก.
- น้ำสะอาด 3.5 ลิตร
- ซิตริคแอซิด 1 ช้อนชา
- แพคติเนส (Pectic Enzyme) ½ ช้อนชา
- แทนนิน Tannic Acid ¼ ช้อนชา
- อาหารยีสต์ DAP 1 ช้อนชา
- ยีสต์ EC 1118 1 ซอง (5กรัม)

วิธีทำ
1. ละลายน้ำตาลกับน้ำ แล้วเติมส่วนผสมทั้งหมด (ยกเว้นยีสต์) ลงในถังหมักปากกว้าง ผสมให้เข้ากัน ปิดฝา แล้วทิ้งไว้ 12 ชม.(อาจใช้ถังพลาสติกเกรดดีชนิดมีฝา ขนาด 8-10 ลิตร)
2. โรยยีสต์ลงบนน้ำหมัก หมักเป็นเวลา 7 –10 วัน กวนส่วนผสม ให้เข้ากันทุกวัน
3. เมื่อ S.G ลดลงเหลือ 1.010 ให้แยกส่วนใส ใส่ลงในขวดแก้ว หรือพลาสติก ขนาด 5 ลิตร แล้วใส่แอร์ล็อค
4. ทุกๆ 30 วัน ให้แยกส่วนใส เติมด้วยน้ำสะอาดให้เกือบเต็ม และใส่แอร์ล็อค ทำดังนี้จนกว่าไวน์จะใส
5. เติมสารละลาย 10% โปตัสเซียม เมตาไบซัลไฟด์ (10% KMS) 5 ซีซี (หากต้องการให้ไวน์หวาน เติมน้ำตาลเท่าที่ต้องการ)
6. ทิ้งไว้ 10 วัน ก่อนบรรจุขวด

* ไวน์จะพร้อมดื่มในอีก 5-6 เดือน

ข้อมูลจาก : www.d-i-wine.com

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำส้มสายชูจากสับปะรดทานเพื่อสุขภาพ

อยู่่บ้านว่างๆมาลองทำน้ำส้มสายชูจากเปลือกสับปะรดจะได้น้ำส้มแท้บริสุทธิไม่มีสารเคมีเจือปนและยังช่วยให้สุขภาพดีขึ้นเพราะว่าในน้ำส้มสับปะรดนั้นช่วยแก้ปัญหาท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วย


วิธีทำนี้ได้มาจากโครงงานวิทยาศาตร์ลองทำดูครับ
เป้าหมาย
สามารถผลิตน้ำส้มสายชูอย่างง่ายจากเปลือกสับปะรดได้


เครื่องไม้ เครื่องมือ

  1. เปลือกสับปะรด 1 กิโลกรัม
  2. น้ำตาลทราย 300 กรัม
  3. ยีสต์ทำขนมปัง 2 ช้อนชา
  4. หม้ออะลูมีเนียม
  5. เตาไฟ
  6. ขวดโหลปากกว้าง (สำหรับใส่เปลือกสับปะรด)
  7. ถุงพลาสติกพร้อมยางรัดปิดปากขวดโหล

น้ำหมักชิวภาพปุ๋ยชั้นเยิ่ยมจากสับปะรด(EM)

สวัสดีครับเพื่อนๆพี่ๆชาวเกษตรกร วันนี้ผมจะนำสาระเกี่ยวกับผลผลิตที่ได้จากสับปะรดมาฝากครับ และเรื่องทีจะนำมาเสนอวันนี้คือ "น้ำหมักชีวภาพหรือ EM" เป็นหัวเชื้อชั้นเยี่ยมเลยล่ะครับที่สวนสับปะรดของผมใช้อยู่ครับช่วยประหยัดเงินได้เยอะเลยทีเดียว มาดูวิธีทำกันเลยดีกว่าอาจจะไม่เหมือนกับคนอื่นนะครับเพราะเป็นสูตรที่สวนเองครับส่วนผสมอาจจะไม่มากเหมือนสูตรอี่นครับแต่ก็ได้ผลดี(เน้นสับปะรดครับใส่เยอะๆ)

ส่วนผสมสำหรับ 1 ถัง 200 ลิตร
กากน้ำตาล     20 กก.
สับปะรด         60 กก.

วิธีทำน้ำหมักชีวภาพ
นำสับปะรดมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ(ไม่ต้องปอกเปลือกครับ)หลังจากนั้นเทกากน้ำตาลลงไปแล้วคนให้เข้ากันสังเกตุดูว่าส่วนผสมเข้ากันดีแล้วก็ปิดฝาได้เลยครับ

ข้อแนะนำการทำน้ำหมักชีวภาพ
ต้องหมั่นเปิดฝาตรวจเช็คว่าน้ำหมักเราบูดรึป่าว ช่วง2อาทิตย์แรกๆพยายามเปิดดูถี่หน่อยอาจจะเป็น 2-3 วันครังเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำหมักของเราไม่บูดถ้ามีกลิ่นบูดเหม็นเปรี้ยวให้เติมกากน้ำตาลลงไปแล้วคนให้เข้ากันหลังจากนั้นก็กล็บมาเช็คดูอีกที ถ้าน้ำหมักไม่มีกลิ่นเหม็นบูดเหมือนเสร็จไป50เปอร์เซ็นแล้ว หมักไว้ 6-12 เดือน เป็นอันใช้ได้ครับ